เมืองมาริอูโปล

เมืองมาริอูโปล เกิดซากปรักหักพังในยูเครน

ในอดีต เมืองมาริอูโปล คือเมืองท่าชายฝั่งทะเลที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของประเทศยูเครน เมืองแห่งนี้อุดมไปด้วยร่องรอยวัฒนธรรมเก่าแก่โบราณมากมาย แต่ดูเหมือนว่าหลังจากการรุกรานของกองทัพรัสเซียของนายวลาดิมีร์ ปูติน เมื่อเดือนปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลให้เมืองท่าแห่งนี้เหลือเพียงซากปรักหักพังจากผลกระทบของสงคราม ข่าวประจำวัน ข่าวเด่น ข่าวต่างประเทศ ปัจจุบันภายประชาชนภายในเมืองแห่งนี้กำลังตกที่นั่งลำบากแบบสุดขีด

เมืองมาริอูโปล รวย

สภาพ เมืองมาริอูโปล กลับสู่ยุคกลางอีกครั้ง

นับตั้งแต่การรุกรานของกองทัพรัสเซียต่อประเทศยูเครนอย่างหนัก เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สถานที่ต่าง ๆ จุดยุทธศาสตร์สำคัญ ภายในประเทศยุโรปตะวันออกแห่งนี้ต่างถูกทำลายด้วยห่าระเบิดมหาศาลทิ้งไว้เพียง ซากปรักหักพัง รวมถึงศพมนุษย์ที่กำลังเน่าเปื่อยทั้ง 2 ข้างทาง และที่สำคัญระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของเมืองต้องพังย่อยยับ อาทิ แหล่งน้ำจืดสะอาด ๆ ยารักษาโรค รวมถึงภาวะขาดแคลนอาหารอย่างหนัก เป็นต้น

ปัจจุบันชาวเมืองมาริอูโปล จำเป็นต้องต่อแถวเข้าคิวรับน้ำจากรัฐบาลเท่านั้น เนื่องจากระบบประปาของเมืองล้มสลาย ขณะเดียวกันประชาชนนับร้อยคนต้องต่อคิวรับการรักษาพยาบาล ท่ามกลางอุปกรณ์ ยารักษาโรค รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ที่กำลังขาดแคลนอย่างหนัก การรักษาจึงไม่มีทางเลือกมากนัก นอกจากต้องรักษาด้วยการตัดอวัยวะบางส่วนทิ้งเพื่อรักษาชีวิต

ผลกระทบจากการรุกรานของรัสเซีย

มีการคาดการณ์ว่า ประชาชนกว่า 300,000 คน ในเมืองมาริอูโปล ยูเครน หรือกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ สูญเสียที่อยู่อาศัย นอกจากนี้ยังมีพลเรือนอพยพออกหนีตายจากเมืองนี้ และมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากเช่นกัน “มีศพมากมายที่ยังไม่ได้รับการฝัง ยิ่งเราเข้าเคลียร์ซากปรักหักพังมากเท่าไหร่ จำนวนศพยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ” วาดิม บอยเชนโก นายกเทศมนตรีเมืองท่าดังกล่าวเผย

เมืองมาริอูโปล สนุก

นับตั้งแต่ระเบิดลูกแรก ภายใต้การสั่งการของนายวลาดิมีร์ ปูตินต่อเมือง มาริอูโปล เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เมืองแห่งนี้ไม่เคยกลับเป็นเหมือนเดิมอีกเลย เนื่องจากเมืองแห่งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ของนายปูติน เนื่องจากมีการเปิดเผยว่า พื้นที่ดังกล่าวจะถูกลงประชามติโดยประชาชนในพื้นที่ว่าพวกเขาต้องการ รวมดินแดนแห่งนี้ให้เป็นหนึ่งเดียวกับรัสเซีย หรือยูเครน อย่างไรก็ตามสงครามและความอดอยากยังคงดำเนินต่อไป