ไขกลยุทธ์ โครงการคนละครึ่ง ใครได้-ใครเสีย วันนี้มีคำตอบ

ไขกลยุทธ์ โครงการคนละครึ่ง ใครได้-ใครเสีย วันนี้มีคำตอบ

โครงการคนละครึ่ง ไม่ค่อยมีผู้สนใจมากนักในช่วงประชาสัมพันธ์ อีกทั้งคนลงทะเบียนเฟสแรกก็ใช้เวลาหลายวันกว่าจะเต็ม แต่เมื่อโครงการได้เริ่มขึ้นกลับประเมินได้ว่าเป็นนโยบายจากภาครัฐที่ดูเหมือนว่าจะเข้าท่าที่สุดในแง่การช่วยเหลือธุรกิจรายย่อย จนในเฟสที่ 2 ต้องแย่งกันลงทะเบียน เพราะหากประเมินจากนโยบายที่ผ่านๆมา เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือชิมช็อปใช้ มันเป็นเพียงการฝากเงินไว้กับประชาชนเพียงชั่วครู่ แต่สุดท้ายรายได้หวนคืนสู่นายทุน ซึ่งในวันนี้เราจะไปวิเคราะห์กลยุทธ์ของโครงการคนละครึ่งกันว่าใครได้ประโยชน์ หรือใครเสียประโยชน์

โครงการคนละครึ่ง โครงการช่วยเหลือ จากรัฐบาลสู่ประชาชน

โครงการคนละครึ่ง โครงการช่วยเหลือ จากรัฐบาลสู่ประชาชน

โครงการคนละครึ่งให้สิทธิ์แก่ผู้เข้ามาลงทะเบียนจำนวน 10 ล้านสิทธิ์ พร้อมให้เงินสนับสนุนต่อ 1 สิทธิ์ 3,500 บาท เท่ากับว่ารัฐบาลต้องควักเงินจากกองคลังมา 35,000 ล้านบาท เป็นอย่างน้อยสำหรับโครงการนี้ จากนั้นเมื่อเงินไหลไปสู่ประชาชนผู้ใช้สิทธิ์ พวกเขาจะต้องควักเงินส่วนตัวเพื่อใช้จ่ายในโครงการ ฉะนั้นหากให้คิดภาพตาม ตอนนี้รัฐบาลกำลังตั้งถังเงินใบใหญ่ ประชาชนผู้ใช้สิทธิ์จะนำเงินมาใส่ถังนี้ทุกๆวัน และรัฐบาลจะนำเงินในถังนี้ไปเติมให้กับธุรกิจรายย่อย และหากทำอย่างนี้ต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จนระทั่งสิ้นสุดโครงการ รัฐบาลจะต้องอาศัยเวลาที่โครงการนี้ยังดำเนินอยู่ ไปหาเงินจากส่วนอื่นมากโปะงบที่ควักไปก่อนหน้านี้ 35,000 ล้านบาท เพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงินของรัฐบาล 

นี่จึงทำให้เห็นว่าโครงการนี้รัฐบาลเป็นฝ่ายควักเงินออกไปก่อน แต่ในกรอบระยะเวลาช่วยให้รัฐบาลมีเวลาหาเงินมาโปะได้ หากหามาโปะได้มากเท่าใดรัฐบาลก็จะไม่เจ็บตัว ส่วนประชาชนผู้ใช้สิทธิ์ได้ประโยชน์น้อย เพราะมีวงเงินใช้จำกัดและช่วยลดค่าครองชีพไปได้ 3,500 บาท ส่วนธุรกิจรายย่อยถือว่าได้ประโยชน์เต็มๆ เพราะหากขายได้มาเท่าใด รายได้ก็เพิ่มมาขึ้นเท่านั้น 

โครงคนละครึ่งจึงแตกต่างจากนโยบายก่อนหน้าอย่าง บัตรสวัสดิการแห่งรัฐกับนโยบายชิมช้อปใช้ ที่รัฐบาลเปรียบกับจ่ายเงินออกจากกองคลังไปเลยทันที โดยไม่มีเงินหวนกลับเข้ามาในระยะเวลาหลังจากนั้น ทำให้เงินคลังขาด จนกระทั่งกลายเป็นเผือกร้อนที่ไม่มีใครอยากเข้ามานั่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในช่วงเวลาหนึ่ง

โครงการคนละครึ่ง จากรัฐบาล

อย่างไรก็ดีแม้ว่าโครงการคนละครึ่งจะเป็นนโยบายที่ดี แต่ข้อเสียคือ มันควรเป็นสิทธิ์ของคนไทยทุกคนที่ควรได้รับ มิใช่ต้องแย่งกันอย่างที่ปรากฏตามหน้าสื่ออย่างนี้ ซึ่งเชื่อว่าถ้าจะทำย่อมทำได้แน่นอน เพียงแต่ต้องมีแผนรองรับในการบริหารเงินที่รัดกุม ดังตัวอย่างจากนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ที่มีการทุ่มงบมาที่กระทรวงสาธารณสุข แต่มีแผนการหารายได้ในรูปแบบภาษีของรัฐมาโปะเพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงินของรัฐบาล เป็นต้น

ถ้าคุณไม่อยากตกข่าว พี่หมีขาว พร้อมเสิร์ฟ ข่าวประจำวัน ข่าวเด่น ทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ ให้ทุกคนได้ติดตามแล้ว และถ้าใครอยาก วางเดิมพัน ทำเงินออนไลน์ gclub5555 มีทุกสิ่งบริการให้คุณ ได้ทำเงินออนไลน์ ตลอด 24 ชั่วโมง